8 วิธีเลือกเช่าโฮสติ้ง
มิ.ย. 4, 2009 iNumsai Web

คราวนี้มาพูดถึงเรื่องการเช่าโฮสติ้ง (Hosting) กันบ้างหลังจากมีน้องๆมาถามบ่อยๆว่า “เช่าที่ไหนดี ที่นี่ดีมั๊ย ที่นี่ล่มบ่อยมั๊ย” อะไรประมาณนี้ ผมขอบอกว่าการเขียนเรื่องนี้เป็นการเขียนจากประสบการณ์ในการเช่าโฮสติ้ง และขอย้ำว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว นะครับ
อย่างแรกนะครับที่เราต้องคิดคือ จะเช่าไปทำไม? ทำเว็บ E-commerce , Blog หรืออะไรก็แล้วแต่ เราควรตั้งจุดประสงค์ไว้ด้วยว่าเราจะเช่าไปเพื่ออะไร ไม่ใช่ให้เสียเงินเล่นๆ หรือไม่ก็ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ใช้บริการโฮสฟรีก็ได้ และจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป …
กลับมาที่ 8 วิธีเลือกเช่าโฮสติ้งสำหรับผมนะครับ เริ่มเลยละกันที
- Hosting,Hosting Reseller ดี?
- การรองรับภาษาScripts
- uptime
- ราคา
- เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์
- ระบบ Controlpanel
- เสียงตอบรับจากลูกค้าที่ใช้บริการ
- ข้อตกลงในการใช้บริการ
ที่นี้เรามาดูในรายละเอียดกันดีกว่า …
1.Hosting,Hosting Reseller ดี?
การเลือกว่าจะเอาเป็นโฮสธรรมดา หรือเป็นรีเซลเลอร์ นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณทำเว็บแบบไหน จะทำซักกี่เว็บ เช่นคูรอยากทำเว็บซัก 5 เว็บ แทนที่จะไปเช่าแบบธรรมดา 5 plan ก็เปลี่ยนมาเช่าแบบ Reseller plan เดียวเลยดีกว่า เพราะจะถูกกว่า และเราสามารถแบ่งขนาดของแต่ละเว็บไซต์ได้เองด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการด้วย โดยบางผู้ให้บริการจะบังคับว่า Reseller นี้แบ่งได้ทั้งหมดกี่โดเมนเป็นต้น
2.การรองรับภาษาScripts
ส่วนนี้สำคัญเช่นกันเพราะถ้าเราเขียนเว็บภาษา asp.net ก็จำเป็นต้องใช้โฮสติ้งที่รองรับภาษา asp.net ด้วยเช่นกัน และ database ก็ต้องตรวจดูอีกว่ามีให้เราใช้พอกับที่เราต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะโฮสติ้งที่รองรับ asp.net นั้นเท่าทีี่ผมสังเกตมาจะมีผู้ให้บริการอยู่น้อย ส่วนโฮสติ้งที่รองรับภาษา PHP นั้น เท่าที่ผมสังเกตมาทุกโฮสติ้งนั้นจะรองรับการใ้ช้งานภาษา PHP ครับ
3.uptime
เรื่อง uptime ก็สำคัญครับเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกได้ว่าโฮสติ้งที่เราใช้อยู่นี้ล่มบ่อยเท่าใดยิ่ง %uptime ยิ่งใกล้ 100% มากเท่าไหร่ยิ่งดี อันนี้สังเกตได้จากบนหน้าโฮสติ้ง ส่วนใหญ่จะมี uptime ติดอยู่
ตัวอย่าง uptime :
![]()
![]()
4.ราคา
เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญก็ขึ้นอยู่กับกำลังเงินของเราด้วยว่าเรามีงบเท่าใด เพราะแต่ละโฮสราคาแพงถูกไม่เท่ากัน ต้องเทียบกับพื้นที่และปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลด้วย ว่าคุ้มกันหรือไม่
5.เลขทะเีบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์
เป็นอีกจุดสำคัญที่ผมดูครับ เพราะมันจะยืนยันตัวผู้ให้บริการว่ามีตัวตนจริงๆ (ไม่สามารถอยู่ดีๆก็ปิดหนีไปแบบหลายๆโฮสที่ผมเจอมา – -) และ 1 เลขทะเบียนก็คือ 1 โฮสนะครับ และที่สำคัญเพราะบนเลขทะเบียนพาณิชย์อิเลฏทรอนิคส์นั้นจะมีชื่อที่อยู่ และเบอร์ที่ติดต่อของเจ้าของโฮสด้วยครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโฮสที่ไม่มีเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์จะไม่ดีนะครับ โฮสติ้งดีๆที่ไม่มีเลขทะเบียนพิณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ก็ยังมีอยู่นะครับ
6.ระบบ Controlpanel
เราควรจะดูด้วยว่าโฮสติ้งนั้นมีระบบControlpanel ให้หรือไม่ (ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นคือมี) และบางโฮสเราสามารถลองใช้งาน Conrolpanel ได้ด้วย
7.เสียงตอบรับจากผู้ใช้บริการ
อันนี้ดูได้จากGoogleเลยครับใช้googleให้เป็นประโยชน์ search ชื่อโฮสติ้งนั้นในgoogleเลยครับ แล้วจะเจอคนมาคอมเม้นทั้งดีและไม่ดีครับ
8.ข้อตกลงการใช้บริการ
อันนี้สำคัญมากเพราะเราต้องอ่านให้ดีๆ ถ้าอ่านไม่ดีแล้วเราทำผิดกฏทางโฮสติ้งเค้าอาจจะเตะเราออกได้ครับ เน้นย้ำว่าอ่านให้ถี่ถ้วนครับ
สรุปนะครับ ไม่มีใครจะรู้หรอกครับว่าโฮสไหนดีโฮสไหนไม่ดี นอกจากคุณได้ลองใช้ดูเอาเองครับ อ้อ บางโฮสเค้าให้ทดลองใช้งาน ถ้าอยากรู้ก็ไปทดลองใช้งานดูก็ได้นะครับ ทั้ง 8 ข้อนี้ผมเขียนขึ้นมาเองจากประสบการณ์ของตัวผม ผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ

มิถุนายน 28th, 2009 at 18:02
ผมว่าทางที่ดีควรถามจากแหล่งความรู้ต่างๆ นะครับให้คนที่มีความรู้แนะนำเช่นถามจาก http://www.thaiseoboard.com หรือ http://www.thaihosttalk.com ทั้ง 2 แหล่งนี้รวมคนทำเว็บและคนทำโฮสไว้มาก น่าจะช่วยการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี
และที่สำคัญถ้าจะเช่าโฮสนอก ให้ลองถามหาคนที่ทำ Affilate จากเว็บโฮสต่าง ๆ ซึ่งถ้าเป็นเพื่อนเราก็อาจจะขอเงินคืนได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ถ้าเราไม่ได้เงินคืนจากการสมัครผ่าน aff เขาก็ยังได้เงินทองบางส่วนกลับเข้าเมืองไทย (เห็นโฮสนอกมันให้ค่านายหน้า $100 เลย)
มิถุนายน 28th, 2009 at 22:58
ที่พูดมาก็ถูกต้องครับ เพระาผมก็ศึกษามาจาก Thaihosttalk นั่นเอง แล้วลองเอามาสรุปเอาเองว่า ควรจะเป็นอย่างไรในการเลือกเช่าแต่ละที่อะครับ ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็นดีๆ